รายละเอียดโครงการ

ความเป็นมาของโครงการ

โครงการทางรถไฟ ช่วงสุพรรณบุรี – นครหลวง – ชุมทางบ้านภาชี เป็นการพัฒนาทางรถไฟสายใหม่เชื่อมต่อเส้นทางรถไฟเดิมเข้าด้วยกัน เริ่มต้นจากทางรถไฟสายสุพรรณบุรี ผ่านบริเวณอำเภอนครหลวง ไปสิ้นสุดที่บริเวณชุมทางบ้านภาชี เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงโครงข่ายทางรถไฟสายเหนือและสายตะวันออกเฉียงเหนือ กับเส้นทางรถไฟสายสุพรรณบุรี – หนองปลาดุก เพื่อรองรับการเดินทางและการขนส่งอย่างไร้รอยต่อ โดยไม่จำเป็นต้องผ่านเข้าไปในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (บางซื่อ) เป็นการเชื่อมต่อโครงข่ายทางรางของจังหวัดสำคัญ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการขนส่ง กระจายโอกาสในการพัฒนา ลดระยะเวลาการเดินทาง ประหยัดพลังงานเชื้อเพลิงที่ใช้ในภาคการขนส่งทางรถไฟ ลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม และจูงใจประชาชนให้หันมาใช้บริการระบบรางมากขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการใช้พลังงานในภาพรวม และเป็นการสนับสนุนการขยายตัวของระบบเศรษฐกิจ การกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค และพัฒนาประเทศให้เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการขนส่งที่สำคัญในภูมิภาคอันสอดคล้องกับการพัฒนาโครงข่ายการขนส่งทั้งระบบ และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ให้มีโครงข่ายคมนาคมขนส่งที่สมบูรณ์และมีประสิทธิภาพตามนโยบายของรัฐด้านการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ

พื้นที่โครงการภาพรวมตามแนวเส้นทางเลือกทุกแนว อยู่ในพื้นที่11 อำเภอ ของจังหวัดสุพรรณบุรี ได้แก่  อำเภอเมืองสุพรรณบุรี อำเภอเมืองบางปลาม้า จังหวัดอ่างทอง ได้แก่  อำเภอป่าโมก อำเภอเมืองอ่างทอง อำเภอวิเศษชัยชาญ และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แก่  อำเภอนครหลวง อำเภอบางปะหัน อำเภอผักไห่ อำเภอผักไห่ อำเภอภาชี อำเภอภาชี อำเภอมหาราช อำเภอบางบาล

จุด A : แยกออกจากทางรถไฟเดิมบริเวณสถานีสุพรรณบุรี โดยจะต้องตัดผ่านทางหลวงหมายเลข 321 (ถนนมาลัยแมน) และเข้าสู่พื้นที่ของโรงเรียนกรรณสูตศึกษาลัย และพื้นที่ชุมชนหนาแน่น

จุด B : แยกออกจากทางรถไฟเดิมก่อนเข้าพื้นที่เมืองสุพรรณบุรี บริเวณก่อนถึงสถานีสุพรรณบุรีประมาณ 4.5 กิโลเมตร โดยเบี่ยงขวาออกจากทางรถไฟเดิมก่อนถึงจุดตัดทางรถไฟกับทางหลวงหมายเลข 357 (ทางเลี่ยงเมืองสุพรรณบุรี) ประมาณ 2.7 กิโลเมตร

จุด C : บริเวณก่อนถึงสถานีพระแก้วประมาณ 1 กิโลเมตร ที่มีระยะห่างจากสถานีชุมทางบ้านภาชีประมาณ 6 กิโลเมตร รูปแบบโครงสร้างทางวิ่งยกระดับของโครงการรถไฟความเร็วสูงจะวางตัวอยู่ด้านขวาทางของทางรถไฟเดิม

โครงการทางรถไฟ ช่วงสุพรรณบุรี – นครหลวง – ชุมทางบ้านภาชี เป็นโครงข่ายการขนส่งทางรางเชื่อมโยงทางรถไฟสายเหนือ สายใต้ และสายตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าระหว่างภาคใต้กับภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ รวมถึงรองรับการขนส่งสินค้าจากท่าเรือและนิคมอุตสาหกรรมใน อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ดังนั้น ในการกำหนดแนวเส้นทางจึงต้องพิจารณาด้านการส่งเสริมการเดินทางและการขนส่งสินค้าทางรางให้มีความสมบูรณ์และเพิ่มประสิทธิภาพ ลดความแออัด และลดเวลาที่ใช้ในการเดินรถมากขึ้น จึงได้พิจารณานำเสนอแนวเส้นทางเลือก 4 เส้นทาง ดังนี้

แนวเส้นทางเลือกที่ 1 : เริ่มจากสถานีสุพรรณบุรีเดิม มุ่งทิศเหนือผ่านทางหลวงหมายเลข 321 พื้นที่ในช่วงนี้เป็นพื้นที่ชุมชนหนาแน่น
จึงอาจจำเป็นต้องพิจารณาออกแบบเป็นสะพานยกระดับหรืออุโมงค์ยาวประมาณ 1 กิโลเมตร เพื่อลดผลกระทบด้านการโยกย้ายเวนคืน จากนั้นแนวเส้นทางจะตัดผ่านพื้นที่ด้านเหนือของเมืองสุพรรณบุรี มุ่งหน้าทิศตะวันออก ผ่านแม่น้ำท่าจีน ข้ามทางหลวงหมายเลข 340
ผ่านทางหลวงหมายเลข 357 เบี่ยงแนวเส้นทางเข้าใกล้ทางหลวงหมายเลข 33 ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาและทางหลวงหมายเลข 309 ใกล้ตัวเมืองป่าโมก ผ่านทางหลวงหมายเลข 32 และทางหลวงหมายเลข 347 แล้วจึงเบี่ยงแนวเส้นทางมุ่งทิศใต้ รองรับพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม และท่าเรือ อำเภอนครหลวง แล้วจึงเข้าบรรจบทางรถไฟเดิม ระยะทางรวมประมาณ 69 กิโลเมตร

แนวเส้นทางเลือกที่ 2 : เริ่มจากสถานีสุพรรณบุรีเดิม มุ่งทิศเหนือผ่านทางหลวงหมายเลข 321 พื้นที่ในช่วงนี้เป็นพื้นที่ชุมชนหนาแน่น
จึงอาจจำเป็นต้องพิจารณาออกแบบเป็นสะพานยกระดับหรืออุโมงค์ยาวประมาณ 1 กิโลเมตร เพื่อลดผลกระทบด้านการโยกย้ายเวนคืน จากนั้นแนวเส้นทางจะตัดผ่านพื้นที่ด้านเหนือของเมืองสุพรรณบุรี มุ่งหน้าทิศตะวันออก ผ่านแม่น้ำท่าจีน ก่อนจะเบี่ยงแนวลงทิศใต้เข้ามาใช้
แนวเส้นทางตามการศึกษาของ MR10 ตัดทางหลวงหมายเลข 33 มุ่งทิศตะวันออก ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาและทางหลวงหมายเลข 309
ด้านทิศใต้ของตัวเมืองป่าโมก แล้วจึงเบี่ยงแนวไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านทางหลวงหมายเลข 32 และทางหลวงหมายเลข 33 แล้วจึงเข้าบรรจบทางรถไฟเดิม ระยะทางรวมประมาณ 68 กิโลเมตร

แนวเส้นทางเลือกที่ 3 : เริ่มแยกจากแนวทางรถไฟเดิม บริเวณก่อนถึงสถานีสุพรรณบุรีประมาณ 4.5 กิโลเมตร โดยเบี่ยงขวาออกจาก
ทางรถไฟเดิมก่อนถึงจุดตัดทางรถไฟกับทางหลวงหมายเลข 357 มุ่งทิศตะวันออก ขนานทางหลวงหมายเลข 357 แล้วจึงเบี่ยงแนว
มุ่งทิศตะวันออกเฉียงเหนือตัดทางหลวงหมายเลข 33 เข้ามาใช้แนวเส้นทางตามการศึกษาของ MR10 ตัดทางหลวงหมายเลข 33
มุ่งทิศตะวันออก ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาและทางหลวงหมายเลข 309 ด้านทิศใต้ของตัวเมืองป่าโมก แล้วจึงเบี่ยงแนวไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านทางหลวงหมายเลข 32 และทางหลวงหมายเลข 33 แล้วจึงเข้าบรรจบทางรถไฟเดิม ระยะทางรวมประมาณ 68 กิโลเมตร

แนวเส้นทางเลือกที่ 4 : เริ่มแยกจากแนวทางรถไฟเดิม บริเวณก่อนถึงสถานีสุพรรณบุรีประมาณ 4.5 กิโลเมตร โดยเบี่ยงขวาออกจาก
ทางรถไฟเดิมก่อนถึงจุดตัดทางรถไฟกับทางหลวงหมายเลข 357 มุ่งทิศตะวันออก ขนานทางหลวงหมายเลข 357 ผ่านด่านทิศใต้ของบ้านผักไห่ ผ่านพื้นที่บ่อทรายขนาดใหญ่ด้านทิศใต้ของบ้านป่าโมก ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านทางหลวงหมายเลข 32 และทางหลวงหมายเลข 347
แล้วจึงเบี่ยงแนวไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านทางหลวงหมายเลข 32 และทางหลวงหมายเลข 33 แล้วจึงเข้าบรรจบทางรถไฟเดิม ระยะทางรวมประมาณ 66 กิโลเมตร

การศึกษาและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นของโครงการ ประกอบด้วย 2 ขั้นตอนหลัก ดังนี้

1)  การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นในการคัดเลือกแนวเส้นทางที่เหมาะสม โดยการจัดทำรายการตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อคัดกรองปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่จะได้รับผลกระทบจากโครงการ กำหนดปัจจัยที่จะใช้เป็นเกณฑ์
ในการคัดเลือกแนวเส้นทาง และพิจารณาเปรียบเทียบเพื่อคัดเลือกแนวเส้นทางที่มีความเหมาะสมที่สุดด้านสิ่งแวดล้อม

2)  การศึกษาและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นสำหรับแนวเส้นทางที่ได้รับคัดเลือก โดยการประเมิน
ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นจากการพัฒนาโครงการตามแนวเส้นทางที่ได้รับคัดเลือก กำหนดมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม และระบุปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องศึกษาในรายละเอียด

ปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่จะศึกษามีดังนี้

       โครงการกำหนดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชน หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ได้มีโอกาสรับรู้ข้อมูลข่าวสารโครงการอย่างครบถ้วนและถูกต้อง รวมทั้งมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะ
ต่อโครงการ โดยโครงการดำเนินการตามประกาศสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เรื่อง แนวทาง
การมีส่วนร่วมของ

  • เพื่อศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเบื้องต้น (Preliminary Design) เส้นทางรถไฟสายใหม่ของโครงการก่อสร้างทางรถไฟช่วงสุพรรณบุรี – นครหลวง – ชุมทางบ้านภาชี โดยพิจารณาคัดเลือกแนวเส้นทางเลือกของโครงการที่มีความเหมาะสมที่สุด และจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (Initial Environmental Examination: IEE)
  • เพื่อเป็นการพัฒนาโครงข่ายรถไฟสำหรับเส้นทางการขนส่งสินค้าที่เชื่อมโยงระหว่างภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กับภาคใต้และภาคตะวันตก โดยไม่จำเป็นต้องผ่านเข้ากรุงเทพมหานคร

  • ทางรถไฟสายใหม่ที่เชื่อมโยงเส้นทางรถไฟที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทั้งเส้นทางจากภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
    และสายสุพรรณบุรี – หนองปลาดุก – ภาคตะวันตก และภาคใต้
  • ระบบขนส่งทางรางเชื่อมโยงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดอ่างทอง และจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ช่วยลดต้นทุนในการเดินทาง การขนส่ง และอุบัติเหตุ จากการเดินทางทางถนนได้
  • ลดความแออัดของการขนส่งสินค้าผ่านระบบขนส่งทางรางเข้าไปกลางกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ทั้ง 3 จังหวัด
Scroll to Top